4.1 การศึกษา

  1. โรงเรียนวัดราษฎร์ประดิษฐ์ ถนนสำโรง ท่าแพ ตั้งอยู่ที่บ้านใต้ หมู่ที่ 2 ตำบลนาหลวงเสน อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อตั้งเมื่อ 11 สิงหาคม 2476 พื้นที่ตั้งโรงเรียนเป็นพื้นที่ธรณีสงฆ์ของ วัดราษฎร์ประดิษฐ์ พื้นที่ 9-3-55 (ไร่ / งาน / ตารางวา) มีชั้นเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล – ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีจำนวนนักเรียนชาย 54 คน จำนวนนักเรียนหญิง 49 คน รวมจำนวนนักเรียนทั้งหมด 103 คนมีข้าราชการครู/บุคลากรทางการศึกษา 10 คน เป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราชเขต 2
  2. โรงเรียนวัดศิลาราย ตั้งอยู่ที่บ้านป่าขี้ดิน หมู่ที่ 3 ตำบลนาหลวงเสน อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ 15 ไร่ มีชั้นเรียนตั้งแต่อนุบาล – ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีจำนวนนักเรียนชาย 55 คน จำนวนนักเรียนหญิง 52 คนรวมจำนวนนักเรียนทั้งหมด 107 คน มีข้าราชการครู/บุคลากรทางการศึกษา 9 คน เป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราชเขต 2
  3. โรงเรียนบ้านคอกช้าง ตั้งอยู่ที่บ้านคอกช้างหมู่ที่ 5 ถนนยุทธศาสตร์ ตำบลนาหลวงเสน อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อตั้งเมื่อ 1 กรกฎาคม 2480 มีพื้นที่ 10-2-36 (ไร่ / งาน / ตารางวา) มีชั้นเรียนตั้งแต่อนุบาล ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 มีจำนวนนักเรียนชาย 101คน จำนวนนักเรียนหญิง 87 คน รวมจำนวนนักเรียนทั้งหมด 188 คน มีข้าราชการครู/บุคลากรทางการศึกษา 27 คน เป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราชเขต 2
  4. โรงเรียนชุมชนวัดสำโรง ตั้งอยู่ที่บ้านสำโรง หมู่ที่ 6 ถนนสายสำโรง จันดี ตำบลนาหลวงเสน อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ 65 ไร่ เป็นพื้นที่ธรณีสงฆ์ วัดสำโรงมีชั้นเรียนตั้งแต่อนุบาล – ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีจำนวนนักเรียนชาย 86 คน จำนวนนักเรียนหญิง71คนรวมจำนวนนักเรียนทั้งหมด 157 คน มีข้าราชการครู / บุคลากรทางการศึกษา 11 คน เป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราชเขต 2
  5. ศูนย์พัฒนาแด็กเล็กบ้านท่าเลา ตั้งอยู่ที่บ้านท่าเลา หมู่ที่ 3 ตำบลนาหลวงเสน อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีห้องเรียน 6 ห้องเรียน มีเด็กเล็กช่วงอายุ 2 – 5 ปี จำนวน 147 คน มีครู / ผู้ดูแลเด็ก 9 คน และสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลนาหลวงเสน
  6. ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์วัดด่านกำจัด ตั้งอยู่ที่วัดด่านกำจัด หมู่ที่ 1 ตำบลนาหลวงเสน อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีห้องเรียน 4 ห้องเรียน มีเด็กเล็กช่วงอายุ 2 – 5 ปี จำนวน 74 คน มีครู/ผู้ดูแลเด็กจำนวน 4 คน และสังกัดกรมการศาสนา
  7. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลนาหลวงเสน ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 6 ตำบลนาหลวงเสน อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีห้องเรียน 6 ห้องเรียน มีเด็กเล็กช่วงอายุ 2 – 5 ปี จำนวน 147 คน มีครู/ผู้ดูแลเด็ก 7 คน และสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลนาหลวงเสน

 

4.2 สาธารณสุข

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จำนวน 2 แห่ง

1.รพ.สต. บ้านคอกช้าง ตั้งอยู่หมู่ที่ 5
มีเจ้าหน้าที่ประจำ 5 คน
ผู้อำนวยการ รพ.สต.บ้านคอกช้าง ชื่อ นางสฐาพร พรหมนิล

2.รพ.สต. บ้านใต้ ตั้งอยู่หมู่ที่ 2
มีเจ้าหน้าที่ประจำ 3 คน
ผู้อำนวยการ รพ.สต.บ้านใต้ ชื่อ นายปิลันธน์ วงศ์ทอง

การสังคมสังเคราะห์

จำนวนผู้ได้รับการสงเคราะห์ในรูปของเบี้ยยังชีพ จะมีอยู่ 3 ประเภท คือ
ผู้พิการ จำนวน 205 คน
ผู้ป่วยเอดส์ จำนวน 14 คน
ผู้สูงอายุ จำนวน 1,373 คน

ขนบธรรมเนียมประเพณีที่สำคัญ

ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา ตั้งแต่บรรพบุรุษที่สำคัญ คือ

 

ประเพณีสารทเดือนสิบ

วิวัฒนาการมาจากประเพณีเปรตพลีของพราหมณ์ ซึ่งลูกหลานจัดขึ้น เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ต่อมาพวกพราหมณ์จำนวนมากได้หันมานับถือพระพุทธศาสนา และยังถือปฏิบัติในประเพณีดังกล่าวอยู่ พระพุทธองค์เห็นว่าประเพณีนี้มีคุณค่า เป็นการแสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษนำความสุขใจให้ผู้ปฏิบัติ จึงทรงอนุญาตให้อุบาสกอุบาสิการะกอบพิธีนี้ต่อไปได้ ประเพณีสารทเดือนสิบมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล คาดว่าเมื่อพระพุทธศาสนาเผยแพร่เข้ามา ชาวนครศรีธรรมราชจึงรับประเพณีนี้มาด้วย ในวันแรม 13 ค่ำ ซึ่งเป็นวันจ่าย หมายถึง จับจ่ายซื้อของที่จำเป็น หมรับ ประกอบด้วยขนม 5 อย่างคือ ขนมพอง ขนมลา ขนมสะบ้า ขนมดีซำ และขนมไข่ปลา วันแรม 14 เป็นวันยกหมรับไปวัด สำหรับวันรับตายาย วันแรม 15 ค่ำ คือวันทำบุญสารท หรือเรียกว่า วันบังสุกุลวันส่งตายาย

Upload Image...
Upload Image...

ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ

ในสมัยที่พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชเป็นกษัตริย์ครองตาม พรลิงค์ (นครศรีธรรมราช) อยู่นั้น ได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์พระบรมธาตุเจดีย์ครั้งใหญ่ และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 1773 ขณะที่เตรียมสมโภชพระบรมธาตุอยู่นั้น ชาวปากพนังมากราบทูลว่า คลื่นได้ซัดเอาผ้าแถบผืนหนึ่งซึ่งมีภาพเขียนเรื่องพุทธประวัติมาขึ้นที่ชายหาดปากพนัง ชาวปากพนังเก็บผ้านั้นถวายพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช พระองค์จึงรับสั่งให้ซักผ้านั้นจนสะอาดเห็นภาพพุทธประวัติเรียกว่า”พระบฏ”จึงรับสั่งให้ประกาศหาเจ้าของ ได้ความว่าชาวพุทธจากหงสากลุ่มหนึ่ง จะนำผ้าพระบฏไปบูชาพระพุทธบาทที่ลังกา แต่ถูกพายุพัดพามาขึ้นชายฝั่งปากพนังเหลือผู้รอดชีวิตสิบคน พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชทรงมีความเห็นว่าควรนำผ้าพระบฏไปห่มพระบรมธาตุเจดีย์ เนื่องในโอกาสสมโภชพระบรมธาตุเจดีย์แม้จะไม่ใช่พระพุทธบาทตามที่ตั้งใจแต่ก็เป็นพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเจ้าของผ้าพระบฏก็ยินดี การแห่ผ้าขึ้นธาตุจึงมีขึ้นตั้งแต่ปีนั้นและปฏิบัติสืบต่อมาจนกลายเป็นประเพณีที่สำคัญของชาวนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน ประเพณีนี้จะนำผ้าไปห่มองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ณ วัดพระบรมธาตุวรมหาวิหาร ในวัยขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 (วันมาฆบูชา)

ประเพณีลากพระ

ในสมัยที่มีการสร้างพระพุทธรูปขึ้นแล้ว พุทธศาสนิกชนได้อัญเชิญพระพุทธรูปซึ่งสมมุติแทนองค์พระพุทธเจ้ามาแห่แหน ซึ่งเปรียบเสมือนการรับเสด็จและถวายภัตตาหารให้พระพุทธเจ้าด้วยตนเอง พระภิกษุจีนชื่อ “อี้จิง“ได้จาริกแสวงบุญผ่านมายังอาณาจักรตามพรลิงค์ได้พบเห็นชาวบ้านปฏิบัติประเพณีลากพระ จึงบันทึกจดหมายเหตุเอาไว้ว่า”พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่งมีคนแห่แหนนำมาวัดโดยประดิษฐานบนรถหรือบนแคร่ มีพระสงฆ์และฆราวาสหมู่ใหญ่ห้อมล้อมมามีการตีกลองและบรรเลงดนตรีต่างๆมีการถวายของหอมและดอกไม้และถือธงชนิดต่างๆที่ทอแสงในกลางแดดพระพุทธรูปเสด็จไปสู่หมู่บ้านด้วยวิธีดังกล่าว”วันลากพระจะทำกันในวันออกพรรษา คือ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11

Upload Image...
Upload Image...

ประเพณีวันสงกรานต์หรือวันว่าง

เป็นประเพณีที่สำคัญมาช้านาน ตรงกับวันที่ 13 – 15 ของเดือนเมษายน วันว่างถือเป็นวันปีใหม่ไทยของไทยเรา ธรรมเนียมการปฏิบัติคือการทำบุญ เข้า วัดโดยจะทำขนมที่เรียกว่าขนมต้มไปถวายพระด้วย ซึ่งถือได้ว่าขาดไม่ได้สำหรับในสมัยนี้ นอกจากการทำบุญแล้วในวันนี้ถือว่าเป็นวันรวมญาติ มีการรดน้ำขอพรจากผู้เฒ่าผู้แก่และในวันนี้ลูกหลานญาติมิตรที่ไปอยู่ต่างถิ่นจะกลับมาเยี่ยมเยือนถิ่นกำเนิด.

 149 total views,  4 views today